5 การปรับพฤติกรรม ในช่วงริดสีดวงระยที่ 1 เพื่อให้หายได้แม้จะอยู่ในระยะที่ 1

ในช่วงการเป็นริดสีดวงนั้นมีหลากหลายระยะที่เราจะต้องเรียนรู้กัน ซึ่งการที่เราจะสามารถหายได้จากริดสีดวงนั้นเราสามารถหายได้ตั้งแต่ในช่วงระยะที่ 1 เลยนะครับ ซึ่งเป็นระยะที่เบาที่สุดและไม่ต้องไปผ่าตัดเอาริดสีดวงออกเพราะว่าสามารถที่จะ รักษา ริดสีดวง ด้วย ตัว เอง ได้เลยนะครับ ดังนั้นในบทความนี้สำหรับใครที่ยังเป็นริดสีดวงในช่วงแรก ๆ อยู่และต้องการจะหายได้นั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนั้นจะช่วยหเราสามารถหายจากริดสีดวงในระยะที่ 1 ได้นะครับ ดังนั้นใครที่พร้อมจะเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว ลองมาดูกันดีกว่าครับว่าจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมแบบไหนบ้าง เพื่อที่เราจะได้หายจากริดสีดวงได้แม้จะอยู่ในช่วงระยะที่ 1 นะครับ

การนั่งเล่น “มือถือ” ในห้องน้ำนาน ๆ

อย่างแรกเลยนั้นคือในเรื่องพฤติกรรมการเล่น smart phone นาน ๆ ในห้องน้ำนั้นจะต้องระวังไว้อย่างมากนะครับเนื่องจากพฤติกรรมนี้นั้นจะทำหเราเป็นริดสีดวงได้ง่ายแล้วยังมีโอกาสที่จะกลายเป็นริดสีดวงในระยที่ 2 อีกด้วย ดังนั้นพฤติกรรมการเล่นมือถือนาน ๆ นั้นจะต้องเปลี่ยนก่อนเลยนะครับ เพราะว่าการนั่งนาน ๆ นั้นจะทำให้เรานั้นอาจจะต้องเจอกับริดสีดวงในระยะที่ 2 นะครับ

ไม่ดื่มน้ำเปล่า

เชื่อว่าหลายคนนั้นมีพฤติกรรมที่ไม่ยอมดื่มน้ำเปล่ากัน ซึ่งนั้นจะทำให้อุจจาระนั้นเกิดการแข็งตัว เนื่องจากทีแต่กากไยอาหาร และจะทำให้การขับถ่ายนั้นยากมากขึ้นและเมื่อขับถ่ายได้ยากมากขึ้นก็จะทำให้เกิดริดสีดวงได้ง่ายขึ้นเช่นกันดังนั้นอีกข้อที่เราจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนั้นคือการดื่มน้ำ ควรจะดื่มน้ำให้มาก ๆ นะครับโดนอย่างน้อย 8-10 แก้ว ต่อวันนะครับ

ยกของหนัก

หากคุณนั้นทำงานอยู่ในลักษณะการทำงานที่ต้องยกของหนักตลอดเวลานั้นคุณอาจจะต้องลางานเพื่อมารักษาริดสีดวงก่อนนะครับ เพราะในข้อนี้เราอยากจะให้ปรับพฤติกรรมในการยกของนั้นให้หลีกเลี่ยงการยกของหนักไว้จะดีที่สุดนะครับเพราะถ้าหากฝืนยกของหนักต่อไปนั้นอาจจะทำให้ ริดสีดวงนั้นลุกลามไปในระยะที่ 2 ได้นะครับ ดังนั้นในเรื่องของการยกของนั้นถ้าเป็นไปได้อย่าพยายามยกของหนักจะดีกว่านะครับ

ไม่ทานผัก

อีกหนึ่งข้อที่เราจะต้องปรับเลยนั้นคือในเรื่อของการรับผัก และ ผลไม้ ควบคู่กันด้วยนะครับเพราะว่าเนื่องจากการทานผัก และ ผลไม้ควบคู่กันนั้นจะทำให้ มีการขับถ่ายที่คล่องขึ้นและทำให้การรักษาริดสีดวงในช่วงระยะที่ 1 นั้นง่ายขึ้นด้วยแต่จะต้องมีการรับประทานผักและผลไม้ คู่กับน้ำดื่มนะครับ ไม่อย่างนั้นอุจจาระจะแข็งตัวและขับถ่ายยากแทนทำให้ลุกลามไปแทนที่จะหายจากริดสีดวง

พยายามล้างน้ำอุ่น หรือ แช่น้ำอุ่นไว้หลังจากทำธุรเสร็จ

เมื่อเราทำธุระหนักเสร็จนั้นให้เรานำก้นของเราไปแช่ไว้กับน้ำอุ่น หรือ น้ำทับทิมไว้สัก 5-10 นาทีนะครับเพื่อล้างคราบสกปรกออกให้หมดเพื่อป้องกันไม่ให้ก้นของเรานั้นเหนียว เหนอะนะ และมีเชื้อโรคได้ ซึ่งอาจจะนำไปสุ่การกลายเป็นสภาพระยะที่ 2 ได้ดังนั้นเมื่อทำธุระเสร็จก็พยายามล้างให้เรียบร้อยด้วยนะครับ จะได้ รักษา ริดสีดวง ด้วย ตัว เอง นะครับ

และนี้เป้นการพฤติกรรมในการปรับตัวเมื่อเป็นริดสีดวงในระยะที่ 1 นะครับ ซึ่งถ้าหากว่าใครที่กำลังประสบปัญหาอยู่ถ้าหากยังอยู่ในช่วงระยะที่ 1 นั้นสามารถที่จะปรับพฤติกรรมเพื่อรักษา ริดสีดวง ด้วย ตัว เอง ยังสามารถรักษาได้ด้วยตัวเองอยู่นะครับแต่ถ้าหากเกินไปไปกว่า ระยะที่ 1 แล้วอาจจะต้องเข้าพบแพทย์เพื่อหาทางรักษานะครับ

Related Post

ดูแลผู้ป่วยอัมพฤกษ์

5 วิธีการดูแลผู้ป่วยอัมพฤกษ์อย่างไรให้ปลอดภัย5 วิธีการดูแลผู้ป่วยอัมพฤกษ์อย่างไรให้ปลอดภัย

โรคอัมพฤกษ์ เป็นโรคที่ใกล้ตัวกับเรามากกว่าที่เราคิดนะครับ และเชื่อว่าหลายครอบครัวนั้นผู้สูงอายุบางท่านต้องประสบกับโรคนี้อยู่อย่างแน่นอน ซึ่งถึงแม้ว่าโรคนี้จะเจอในผู้สูงอายุก็ตาม แต่เป็นอีกหนึ่งอาการของร่างกายที่คนประสบอยู่มีโอกาสที่จะจบชีวิตตัวเองได้เลยนะครับ เพราะการที่ดูแลตัวเองไม่ได้ ต้องให้คนอื่นดูแลตลอดส่งผลต่อกระทบจิตใจอย่างมาก ดังนั้นในบทความนี้เราอยากจะมาพูดถึง 5 วิธีการดูแลผู้ป่วยอัมพฤกษ์อย่างไรให้ปลอดภัย เพื่อที่หหลาย ๆ คนนั้นจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการดูแลผู้ป่วยนะครับ  พยายามให้กำลังใจผู้ป่วยเสมอ   อย่างแรกที่สำคัญที่สุดเลยนะครับนั้นคือการให้กำลังใจผู้ป่วยนะครับ เพราะอย่างที่บอกไปว่าคนที่ประสบกับโรคนี้อยู่มีโอกาสสูงที่จิตใจจะบอบช้ำจากการขยับไปไหนมาไหนไม่ได้ และ ยังมีในส่วนของเรื่องที่จะต้องให้คนอื่น ๆ มาดูแลอีกนะครับ แค่การช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ขยับไปไหนมาไหนไม่ได้เองก็สร้างความเสียหายมากพอแล้ว ดังนั้นใครที่ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยอัมพฤกษ์ นั้นกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากนะครับ พยายามให้กำลังใจผู้ป่วยเสมอนะครับ   ก่อนจะทำอะไรตรวจสอบสัญญาชีพอื่น ๆ ให้ดีก่อน   เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่นั้นมักจะมีปปัญหาในด้านสุขภาพด้านอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน มีปปัญหาสุขภาพในด้านอื่น ๆ มาด้วยดังนั้นก่อนที่ทำกายภาพบำบัด

เปลี่ยนผิวเสียเป็นผิวสวยด้วยธรรมชาติบำบัด

ผิวเสียเปลี่ยนได้ง่ายๆ ใช้ธรรมชาติบำบัดผิวเสียเปลี่ยนได้ง่ายๆ ใช้ธรรมชาติบำบัด

             ยุคปัจจุบันนี้ชีวิตเราเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความตึงเครียดการทำกิจกรรมต่างๆในระหว่างวันเริ่มตั้งแต่เช้าจรดเย็นเป็นต้นว่าเริ่มการทำงานและเรื่องเรียนรวมถึงสิ่งที่เราจะต้องเจอคือมลภาวะและปัญหาต่างๆมากมายส่งผลต่อผิวของเราโดยตรงซึ่งแน่นอนว่าการทำกิจกรรมบางอย่างทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายแต่การทำกิจกรรมบางอย่างก็ทำให้เราต้องเจอกับภาวะที่เราไม่ต้องการโดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวๆชาวเราที่รักสวยรักงาม ยอมอยากที่จะให้ผิวหน้าและผิวกายมีความสดใสสว่างกระจ่างอยู่เสมอดังนั้นวันนี้เรื่องที่สำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงแค่การเลือกรับประทานอาหารหรือการทำกิจกรรมต่างๆเพื่อให้มีรูปร่างที่ดีเท่านั้น แต่เราจะต้องดูแลตัวเองไปถึงผิวพรรณซึ่งวันนี้เรามีกิจกรรมธรรมชาติบำบัดเพื่อที่จะช่วยให้เราเปลี่ยนผิวเสียให้เป็นผิวสวยด้วยตัวเองได้ง่ายๆจากการปรับพฤติกรรมและการทำกิจกรรมบางอย่างดังนี้ เริ่มจากการลดอาหารประเภทน้ำตาลทุกชนิด  เพราะน้ำตาลจะเป็นตัวการที่จะไปทำลายคอลลาเจนอีลาสตินโดยตรง  การรับประทานน้ำตาลมากๆ ไม่ว่าจะเป็นขนมหวานหรือเครื่องดื่มทั้งหลายที่เราโปรดปราน  ล้วนแต่เป็นตัวการสำคัญที่จะทำให้ผิวหน้าเราห่างไกลกับคำว่าเด้งดึ๋งเหมือนตูดเด็กนั่นเอง การดูแลตัวเองโดยการพึ่งพาอาศัยงานชีวจิต  วิธีการง่ายๆแค่สูดลมหายใจเพื่อเพิ่มความสวย อย่าคิดว่านี่คือเรื่องเพ้อเจ้อค่ะ  แค่หายใจจะทำให้ผิวดีได้อย่างไร  แต่นี่คือวิธีการที่จะทำให้เราได้รับออกซิเจนเข้าไปเต็มปอด  เมื่อปอดเราดี ระบบภายในระบบไหลเวียนเลือดก็จะดีตามไปด้วย  ส่งผลออกมาสู่ผิวพรรณภายนอกนั่นเอง  วิธีการง่ายๆ  ให้เราตื่นนอนในตอนเช้าแล้วสูดหายใจเข้าช้าๆนับ 1-5  แล้วกลั้นลมหายใจเอาไว้  จากนั้นผ่อนลมหายใจออกช้าๆ ทำแบบนี้เป็นประจำ ทุกวัน วันละ 3 รอบถึง 5 รอบก็จะทำให้เราเริ่มเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนเลยล่ะ ปรับเวลาการนอน 

การออกกำลังกายเพื่อรูปร่างที่ดี

การออกกำลังกายเพื่อรูปร่างที่ดีของทุกคนการออกกำลังกายเพื่อรูปร่างที่ดีของทุกคน

                ในปัจจุบันนี้เรื่องการออกกำลังกายนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากเพราะว่าการออกกำลังกายนั้นก็เพื่อรูปร่างที่ดีของทุกคน เราเองจึงควรที่จะต้องอย่ามองข้ามไปเลยในเรื่องของการออกกำลังกาย เนื่องจากว่าในตอนนี้การออกกำลังกายก็ถือว่าเป็นปัจจัยอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญที่เราเองไม่ควรที่จะมองข้าม                 การออกกำลังกายในตอนนี้คนนิยมกันเพราะว่าการออกกำลังกายนั้นเป็นไลฟ์สไตล์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งเลยที่เราเองไม่ควรที่จะมองข้าม เพราะว่าถ้าหากเรามองข้ามไปแล้วก็จะไม่ใช่เรื่องที่สำคัญกับเราเองด้วย ในการออกกำลังกายนั้นก็เพื่อที่จะทำให้เราเองมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรง                 ร่างกายของเรานั้นหากเรามีการรักษาตนเองที่ดีก็จะทำให้เรามีความสุขไปด้วย ไม่ต้องกังวลใจหรือวุ่นวายใจต่างๆในตอนนี้เรื่องของการออกกำลังกายก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้เราได้มีรูปร่างที่ดีและมีหุ่นที่ดีมีความสุขในทุกๆวัน การที่เราออกกำลังกายก็เพื่อรูปร่างที่ดีของเรา                 ในทุกๆวันเรื่องของสุขภาพก็มาคู่กับการออกกำลังกายเองด้วย เราเองจึงไม่ควรที่จะละเลยหรือไม่ออกกำลังกายเพราะว่าการที่เราละเลยไปก็อาจจะทำให้การออกกำลังกายของเรานั้นเป็นไปได้ยากกว่าเดิมเพราะร่างกายก็จะต้องมีการปรับตัว ทุกอย่างในเรื่องของการปรับตัวเป็นสิ่งที่เราเองจะต้องคำนึงถึงให้มากเนื่องจากว่าร่างกายในการออกกำลังกายนั้นจะต้องมีการปรับตัวเพื่อให้เราปรับเข้ากับสภาพได้                 และถ้าหากร่างกายปรับเข้ากับสภาพได้แล้วก็จะทำให้เราเองก็มีความสุขในชีวิตในทุกๆวันด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างเราเองจึงควรที่จะใส่ใจและไม่ควรที่จะมองข้ามเพราะสุขภาพที่ดีคือกำไรที่สำคัญอย่างมากสำหรับตัวเราเองด้วย ทุกๆเรื่องราวในตอนนี้จึงเป็นส่วนที่ดีที่จะทำให้สุขภาพของเรามีความแข็งแรงได้อีกด้วย                 การออกกำลังกาย เราเองก็ควรที่จะออกให้เป็นเวลาและเป็นประจำอย่างน้อยอาทิตย์ละสองครั้งเพื่อที่ร่างกายของเรานั้นจะได้ปรับสภาพให้มีร่างกายที่สดใสอีกด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างในตอนนี้จึงเป็นเรื่องที่เราเองจะต้องหมั่นที่จะออกกำลังกายให้มากที่สุดเพื่อตัวเราเอง ไม่มีใครที่จะทำให้สุขภาพของเรานั้นออกมาดีนอกจากตัวเราเอง ในการออกกำลังกายนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ยากเท่าไหร่นักถ้าเราสนใจและใส่ใจมากพอก็จะทำให้เรานั้นสุขภาพดีในทุกๆวันปราศจากโรคภัยไข้เจ็บด้วย